ULTRA's profileลดโลกร้อนกันหน่อยPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ลมหนาวและดาวเดือน

     
     

    รักเธอผู้เดียว

        รักเธอผู้เดียว - 07
    Love 

    "เงิน"

    เงินซื้อเตียงนอนได้ แต่ซื้อ การหลับนอนที่เป็นสุข ไม่ได้

    เงินซื้อกระดาษปากกาได้ แต่ซื้อ ความเป็นกวี ไม่ได้

    เงินซื้อหาอาหารดีๆได้ แต่ซื้อความอยากรับทาน ไม่ได้

    เงินซื้อความ ประจบสอพลอได้ แต่ซื้อความจริงใจ ไม่ได้

    เงินซื้อการตามใจได้ แต่ซื้อ ความจงรักภักดี ไม่ได้

         เงินซื้อเพชรนิลจินดาได้ แต่ซื้อความงาม   ไม่ได้ 
    เงินซื้อความสนุกชั่วครู่ได้แต่ซื้อความสุข ไม่ได้ 

    เงินซื้อเพื่อนร่วมทางได้ แต่ซื้อ เพื่อนแท้ ไม่ได้ 

    เงินซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้ แต่ซื้อ ปัญญา ไม่ได้

    เงินซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้ แต่ซื้อ สันติสุข ไม่ได้

    เงินซื้อเมียที่สวยได้ แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ ลูก ไม่ได้

     

    "เงิน" จะสำคัญเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น

    พาราซัก 2 เม็ดคงจะดี

    ...
     
    ปวดหัว...โว้ย
     
    ...
    ผลพวงจากการนอนดึก นอนเช้า และมีเรื่องเครียดหลายเรื่องๆ
    ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องโน้น เรื่องนี้ เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เอามาคิด
    ทั้งที่ไม่ใช้คนคิดมากอะไร แต่ก็อดคิดไม่ได้
    แต่ไม่เป็นไร ส่งมาอีก ยังรับได้อีกเยอะ
    ก็แค่ปวดหัว ยังไม่ตายซ่ะหน่อย
    มาเลย เดี๋ยวได้พิสูจน์กัน
    ....
     
    การทำให้คนคนหนึ่งพอใจมันเป็นเรื่องง่าย
    แต่ทำให้คนหลายคนพอใจมันไม่ง่ายเลย..
     
    ....
     
     

    ห่างไกล

    ห่างกายแล้วห่วงหา
    ห่างตาแล้วใจไหว
    ห่างตัวแล้วห่วงใย
    ห่างไกลแล้วเหงาจัง

    ห่างฟ้าห่างฝนทนไหว
    ห่างตัวห่างไกลห่วงหา
    ห่างกายห่างใจไกลตา
    คิดถึงห่วงหาห่วงใย

    วาทะเจ้าสัว

    เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม
    หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน

    คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
    แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย
    ' ชัยยุทธ กรรณสูต'
    ---------------------------------------------------------
    อย่าลืมว่า
    ในการประกอบธุรกิจ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย
    และเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้
    ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
    และเรื่องนี้ผมก็สอนลูก ๆ ผมอยู่เสมอ
    ' อุเทน เตชะไพบูลย์ '
    ---------------------------------------------------------
    ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ
    คือในโลกนี้ ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล
    วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ
    เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า ตนเองเก่ง
    จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว
    ความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว
    ' ธนินท์ เจียรวนนท์ '
    -----------------------------------------------------------
    ผมพร้อมจะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า
    แต่ถ้าวันใด ที่เขื่อนนั้นเปราะบาง และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง
    ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
    โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น
    แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม
    ' เจริญ สิริวัฒนภักดี '
    -----------------------------------------------------------

    ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ
    แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่ อีกอย่างหนึ่ง
    แบงค์กรุงเทพฯเคยถูกกระทบตลอดเวลา และไม่เคยท้อถอย
    ' ชาตรี โสภณพนิช '
    -----------------------------------------------------------
    " เจี้ย ยู่ เล้ง ... โจ้ว ซื่อ ยู่ โฮ้ว "
    แปลเป็นไทยได้ความว่า
    กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือ
    และก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น
    ลูกๆ ทุกคนก็ปฏิบัติอย่างนี้
    ' บุญยสิทธิ์ โชควัฒนา '
    -----------------------------------------------------------
    ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ
    คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง
    แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงเช่นกัน
    ' อนันต์ กาญจนพาสน์ '
    -----------------------------------------------------------

    จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา
    เพราะผมคิดว่า ปกติผู้บริหารทั่วไป มักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา
    มันเหมือนเราย้ายพนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา
    แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา
    ผมบอกลูกน้องของผมว่า
    เราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา
    ' พรเทพ พรประภา '
    -----------------------------------------------------------
    ในเรื่องของการพิจารณา ความดีความชอบ
    ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลักว่า
    ลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้ว
    ลูกค้าพอใจแค่ไหนอย่างไร ผมจะไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียว
    เพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้อง
    อาจเกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้
    'ประกิต อภิสารธนรักษ์ '
    -----------------------------------------------------------
    ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า
    มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด
    หรือแม้แต่เลวที่สุด
    เพราะคนที่ดีสุดและเลวที่สุด
    ได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว
    คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว
    ' ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ '
    -----------------------------------------------------------
    ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
    คุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ
    และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆ
    ให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว
    ' ชวน ตั้งมติธรรม '
    -----------------------------------------------------------
    มีหลักในการบริหารงาน ไม่กี่ประการ
    1. ต้องลับคมอยู่เสมอ
    2. ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำทันที และ
    3. ต้องรักษาคำพูด
    'คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย '
    -----------------------------------------------------------

    เวลามีปัญหาในองค์กร ปัญหาชีวิตและสุขภาพ
    จะมีทางแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายหลายรูปแบบ
    แต่ที่สำคัญต้องมีสติ และมีความรักเป็นพื้นฐานสำคัญ
    จากนั้นจึงค่อยใช้ปัญญา เพราะปัญญาช่วยให้มองเห็นหนทาง
    ของการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด
    ' ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ '
    -----------------------------------------------------------
    1. จงเผชิญกับความจริงอย่างที่เป็นอยู่ มิใช่อย่างที่คุณอยากเป็น
    2. จริงใจกับทุกคน
    3. อย่าเป็นแค่นักบริหารแต่จงออกไปนำทัพ
    4. จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน
    5. ถ้าท่านไม่มีจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบจงอย่าแข่งกับเขา
    6. จงคุมชะตาด้วยตนเองมิฉะนั้น ผู้อื่นจะมาคุมแทน
    ' ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ '
    -----------------------------------------------------------
    ในการทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง
    ควรจะรับฟังความคิดของผู้ร่วมงานเสมอ
    การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
    คือเป็นการเพิ่มประสบการณ์อื่นเป็นความรู้
    นอกเหนือจากที่ได้รับมาจากการเอาเปรียบผู้อื่น
    ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง
    ' โพธิ์พงษ์ ล่ำซำ '
    -----------------------------------------------------------
    ที่ชอบเป็นพิเศษ คือคำพูดของซุนวู่
    ที่บอกว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
    ผมฟังปุ๊บ รู้สึกประทับใจทันที
    และเข้าใจว่า คนเราถ้าอยู่ใกล้ใคร มักอยากเป็นแบบนั้น
    ตอนนั้นจำได้ว่าผมอยากเป็นนักเขียนมาก แต่ที่ได้รับคำแนะนำ
    ว่าถ้าคุณอยากเขียนหนังสือจงเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรู้ก่อนเป็นอันดับแรก
    ' อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ '

    เคล็ด(ไม่)ลับการปลูกต้นรัก

     

           อุปกรณ์และสิ่งจำเป็นในการปลูก

    1.หัวใจ 1 ดวง(ของเราเองนั่นแหละ)
    2.ดิน ที่ต้องหนักแน่นไปด้วยความมั่นคง จริงใจ
    3.ปุ๋ย อันได้แก่ ของขวัญในวันสำคัญต่างๆ
    4.น้ำ ไม่ใช่น้ำเปล่าธรรมดาแต่เป็นน้ำใจล้วนๆ
    5.กระถาง ที่เกิดจากการเอาใจใส่ดูแลตัวเองให้ดูดีตลอด
    เวลา
    6.อากาศบริสุทธิ์ โดยเกิดขึ้นได้ด้วยการให้อิสระแก่กันตามสมควร
    7.แสงแดด เป็นความอบอุ่นและกำลังใจในยามท้อแท้
    8.การตกแต่งลำต้น คือการตัดเล็มอารมณ์หงุดหงิดให้หายไป
    ทำ       เบิกบานตลอด
    9.การกำจัดศัตรูพืช ทำได้ด้วยการประคองความรักให้ราบรื่น ป้องกันหนอน แมลง ที่จะมาทำร้าย

    วิธีการปลูกดอกรัก

    1.เริ่มต้นด้วยการเตรียมกระถางสำหรับการปลูกดอกรัก คือ การแต่งตัวให้ดูดีเหมาะกับวัย ไม่ตกเทรนด์เหมือนคนแก่กลับชาติมาเกิด แล้วก้อไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพง อย่าลืมดูแลความสะอาดของร่างกาย ผิวพรรณ เส้นผม เล็บ ฯลฯ ให้เจริญหูเจริญตาเข้าไว้ เพราะถ้ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ดึงดูดใจ ก้อจะพลอยทำให้อะไรๆแย่ตามไปด้วย

    2.เอาดินที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มั่นคง มาใส่ลงไปในกระถางให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ลักษณะของดินที่ดีจะต้องเป็นดินที่ร่วนซุย ไม่แข็งกระด้าง ไม่หยาบ(คาย) เปรียบเหมือนกับนิสัยของเราที่ต้องมีความอ่อนหวาน อ่อนโยนพอประมาณ เพราะการพูดหรือทำกิริยา ที่ไม่น่ารักต่อกัน มีแต่จะทำให้ขุ่นข้องหมองใจไปตลอด แต่ดินนี้ก้อจะต้องไม่เหลวเละเกินไปด้วย เหมือนกับนิสัยที่ไม่จริงใจ โลเลง่าย ซึ่งถ้าเอาใส่ลงไปจะทำให้ต้นรักที่ปลูกไม่แข็งแรง

    3.เอาหัวใจของเราวางลงไปเบาๆอย่าผลีผลามหรือจู่โจม แบบทุ่มสุดตัว ยิ่งโดยเฉพาะถ้าอยู่ในวัยเรียนก้อยิ่งไม่สมควรที่จะรีบร้อน หรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เกินไป ถ้าไม่มีการไตร่ตรองศึกษาซึ่งกันและกันเลย อาจทำให้หัวใจเสียหายได้ง่าย หัวใจนี้จะต้องเป็นหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักและความรู้สึกดีๆ ที่เพาะเอาไว้ในอกข้างซ้ายมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งมันคือต้นกล้าของต้นรักนั่นแหละ ถ้าจะให้ดีก้ออย่าให้หัวใจดวงนี้มีพันธะอื่นอยู่ด้วย เพราะจะสร้างความยุ่งยากให้แน่ๆ

    4.เติมดินที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มั่นคงและจริงใจกลบลงไปอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้หัวใจหวั่นไหวง่าย เพราะแรงลมจากอุปสรรคสารพัดชนิด เช่น ระยะทางที่อาจทำให้ไม่สามารถเจอกันบ่อยเท่าที่ต้องการ ภาระหน้าที่ที่ทำให้ไม่ได้เจอกันนานๆ การติดต่อสื่อสารที่ไม่ค่อยราบรื่นมากนัก หรือการกีดกันขัดขวางจากคนอื่นๆ ฯลฯ ซึ่งอาจมาโถมใส่ให้รู้สึกท้อแท้ เศร้า เหงาได้ทุกเมื่อ ถ้าอยากให้ต้นรักแข็งแรงไปนานๆ อย่าขี้งกความหนักแน่นที่มีต่อกัน

    5.เมื่อทำทุกอย่างครบแล้ว ให้รดด้วยน้ำใจโดยไม่จำกัดปริมาณ และยังไม่จำกัดระยะเวลาด้วย ไม่ว่าเรื่องอะไรที่สามารถช่วยเหลือกันได้ก้อไม่ควรปฏิเสธ หรือถ้าจะให้ดีก้อไม่ต้องให้อีกฝ่ายต้องร้องขอก่อน เช่น ช่วยกันทำรายงาน ช่วยกันติวหนังสือสอบ เมื่อมีกิจกรรมในครอบครัวแต่ละฝ่ายก้อมาช่วยกันทำทุกครั้ง นอกจากรดน้ำใจให้ต้นรักของตัวเองแล้ว ก้อต้องเผื่อแผ่ไปที่ต้นอื่นๆด้วย คือ นอกจากกะมีน้ำใจกับเขาแล้วก้อต้องมีน้ำใจกับคนใกล้ชิดกับเขาด้วย

    6.ใส่ปุ๋ยให้กับต้นรักตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นการผสมลงไปบนดินหรือกลบลงบนต้นรัก เพราะปุ๋ยนี้จะมีฤทธิ์ทำให้หัวใจพองโตสดชื่น และงอกงามเป็นต้นรักที่แข็งแรง ทำได้โดยการให้ของขวัญวันเกิด ของขวัญปีใหม่ วาเลนไทน์ หรือวันครบรอบวันคบกัน นอกจากนี้ถ้าใส่ปุ๋ยพิเศษลงไปด้วย เป็นการทำเซอร์ไพรส์แบบไม่ต้องรอให้ถึงวันสำคัญ เช่น การหอมแก้ม การบอกรัก การให้ของฝากเล็กๆน้อยๆ จะให้ผลดียิ่งขึ้นอีก

    7.ถ้าอยากให้ดอกรักบานสะพรั่งสวยงาม อย่าลืมเอาต้นรักไปสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่น ด้วยการปล่อยให้เขาได้มีเวลาเป็นส่วนตัว ได้มีเพื่อนและทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่ต้องอยู่ติดเป็นปาท่องโก๋กับเราตลอดเวลา เพราะการมีความรักไม่ใช่การครอบครอง หรือกักขังให้อีกฝ่ายต่างหมดอิสระ เมื่อได้อยู่ห่างกันบ้างจะทำให้มีเวลาได้คิดถึงกัน ซึ่งจะเป็นผลดีกับความรัก ที่สำคัญคือไม่ควรก้าวก่ายในเรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องในครอบครัวของเขา เพราะจะสร้างความอึดอัดให้กันเกินไปด้วย

    8.ในยามที่ต้นรักดูเฉาและอ่อนล้าลงไป เพราะมีปัญหานานาชนิดมาทำให้ท้อแท้ จนหมดแรงที่จะยืนต้นอย่างสวยงาม ก้อสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้ต้นรักได้สัมผัสกับแสงแดดแห่งความอบอุ่น วิธีที่ดีที่สุดคือ การพูดจาปลอบโยน การกอด การอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา หรือไม่สามารถเจอตัวเป็นๆในขณะนั้นได้ อย่างน้อยก้อใช้การโทรศัพท์ การส่ง SMS ส่งอีเมล์ไปให้กำลังใจก้อได้ จำไว้ว่าแสงแดดแห่งความอบอุ่นนี้ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ได้ผลทำให้แกนของต้นรักแข็งแรงได้เชียว

    9.ว่างๆก้อต้องหัดตัดแต่งต้นรักให้ดูดี ไม่มีส่วนเกินมาทำให้ต้นรักโน้มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือดูรกเหมือนกับต้นไม้ที่ขาดการเอาใจใส่ พูดง่ายๆก้อคืออย่าปล่อยให้ต้นรักเติบโตไปตามยถากรรมเกินไปนั่นแหละ เช่น เมื่อมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจ เรื่องทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น ก้อตัดเล็มออกจากหัวใจให้มากที่สุด ไม่ขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งกันอีก รวมถึงการช่วยกันทำสิ่งที่ใช้เป็นอนุสรณ์ความรัก เช่น สะสมรูปถ่ายคู่กัน แค่นี้ก้อจะมีแต่ความสวยงาม และรอยยิ้มให้กันไปตลอด

    10.หมั่นกำจัดศัตรูพืชที่อาจจะมาทำร้ายต้นรักให้อ่อนแอ เช่น หนอนแห่งความระแวง แมลงแห่งคำยุแหย่ใส่ร้าย และเพลี้ยตัวใหญ่จำพวกมือที่สามสี่ห้าให้หมดไป ซึ่งจะทำได้ด้วยการระวังอย่าให้คนที่จะทำให้ความรักสั่นคลอนมาอยู่ใกล้ๆ ไม่สมัครเข้าร่วมลัทธิกิ๊กนิยม เพราะนั่นเป็นบ่อเกิดของความไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน อย่าเชื่อคำยุแหย่จากผู้ไม่ประสงค์ดี ไม่แสดงความขี้หึงหวาดระแวงจนน่าเบื่อ จนถึงขั้นน่ากลัว แต่เหนือสิ่งอื่นใดก้อควรต้องมีความไว้ใจกันให้มากที่สุดก่อนด้วย

     

     

    ตัวคุณ..ในหัวใจของใคร...

     

     

     

    คุณเคยรู้ไหม ว่าทำไม
    บางทีเราเป็นได้แค่เพื่อนคุยกับใครบางคน
    แต่เราเป็นเพื่อนสนิทได้กับใครอีกคน
    เราเป็นคนรักได้กับใครบางคน
    หรือกระทั่งเป็นศัตรู
    บางครั้งอาจจะแย่ถึงขนาดเป็นคนที่อยู่นอกสายตา
    เพราะอะไร
    เพราะในหัวใจทุกคนมีคุณอยู่ !

     
    คุณจะได้รับบทบาท.. ที่แสดงความเป็นตัวคุณในนั้น
    บทบาทที่เริ่ม จาก 1 2 3 .......92 93 94....... อนันต์
     

     
    คนที่ไม่รู้จักคุณ ... คุณจะเป็นมนุษย์ล่องหนในใจเขา
    สำหรับคนที่รู้จักคุณ คุณจะมีบทบาทที่...
    มากมายไม่เท่ากัน
    หลากหลายไม่เหมือนกัน
    สำคัญไม่เท่ากัน
    และคุณค่าที่ไม่เท่ากัน


    คุณอาจมีบทบาทเพียงแค่เป็นเพื่อนคุยเรื่องทั่วไป
    แต่ก็อาจมีอีกบทบาทที่เป็นเพื่อนคอยปรับทุกข์
    หรืออาจเพิ่มเข้าไปด้วยตำแหน่งที่ปรึกษา
    หรือคุณอาจเป็นคนที่สวมบทนักโกหก
    คนหลอกลวง
    หรือต่างๆๆ ในใจเขา
    แต่แน่ๆก็คือยิ่งคุณมีบทบาทมาก ...... คุณก็จะยิ่งมีอิทธิพลต่อเขามาก


    แต่ มีทางบวก ทางลบก็ย่อมมี
    ฉะนั้น บทบาทที่ขัดกันในตัวคุณจึงมักจะเป็น......
    จุดเด่น
    จุดที่น่าสนใจ
    จุดดึงดูด
    ให้กับคนๆนั้น


    แต่ที่แย่ที่สุดคือ....
    เราไม่มีทางรู้ว่า
    เรามีบทบาทอะไรบ้าง ในใจใครคนนั้น
    บางทีที่เราดูแลเอาใจใส่ใครสักคน
    เราน่าจะมีบทบาทคนใกล้ชิดที่หวังดีในใจเขา
    แต่เราก็อาจจะได้รับบทบาทของพวกตื้อน่ารำคาญในใจเขาก็ได้


    ถึงได้แปลว่ายิ่งเราสนิทกับเขามาก.....

    เราก็จะมีบทบาทมีตัวตนในใจเขามากขึ้น
    เมื่อเรามีตัวตนมากขึ้นเรื่อยๆความสำคัญก็จะเพิ่มขึ้น
    ดูเผินๆก็น่าจะแปลว่าอย่างนั้น.......แต่


    บทบาทที่สำคัญเกินไป บางทีก็ทรมานที่จะยอมรับมัน
    บางทีเราอาจจะสวมบทเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
    แต่ถ้าใจของเรามีเขาสวมบทเป็นคนที่เรารัก
    คนที่เรารัก กับ เพื่อนที่ดีที่สุด
    แต่ถ้าเราพยายามจะเปลี่ยนบทบาทของเราในใจเขา
    บางทีบท เพื่อนที่ดีที่สุด ก็อาจจะกลายเป็น บท...
    เพื่อนที่ถูกตั้งใจลืม.....


    บทบาทของเราในใจใครๆนั้น เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
    แต่การกระทำของเราที่สร้างบทบาทนั้น....
    เราสามารถควบคุมได้


    แต่ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เราแสดงออกไปนั้น......
    จะได้รับการตอบกลับด้วยบทบาทที่คาดไว้


    ดังนั้น
    ดูคน
    ดูนิสัยใจคอ
    อ่านความเป็นไปให้ดี


    แล้วคุณจะรู้ว่า.....
    การจะทำอะไรให้ได้ผล.......
    ต้องมากกว่าแค่ทำ
    เพราะบางอย่างทำด้วยใจ
    ยังไงๆ ก็ไม่มีทางพอ
    แต่ถ้าไม่ใช้ใจทำเลยนั้น
    ก็เรียกได้ว่า..
    คุณยังไม่ได้ทำ

     

    http://www.teenee.com/

    น่ารักดีเอามาให้อ่านกัน

     

      ขออภัยกระแสไฟขัดข้อง

     

     

    คำค้ำคอ

                                               ถ้าคำนั้น มันทำให้เธอต้องทนอยู่
    		ถ้าวันนี้ ใจเธอที่มีไม่เหมือนเดิม
    		ไม่ต้องเกรงใจฉันเลย รู้ดีชัดเจนทุกอย่าง
    		ถึงใจจะขาด คงต้องยอม
    
    		คำว่ารักที่พูดวันนั้น อย่าให้มันมาค้ำคอเธอ
    	   	เมื่อใจเธอเปลี่ยน อะไรก็ไม่สำคัญ
    	       	คำว่ารักที่เธอเผลอไป อย่าใส่ใจถ้าเธอไม่รักกัน
    	   	ทิ้งไปวันนี้ได้เลย ถ้าเธอต้องการ
    
    เพราะคำนั้น เมื่อเธอพูดมันไม่ตั้งใจ
    ทิ้งมันไว้ แล้วลืมว่าเธอเคยพูดมา
    คนเราหมดใจ ก็ไม่มีอะไรให้จำ
    เมื่อไม่รักก็อยากให้ทำตามใจของเธอ
    
    
    
    
         
    

    ซากคน

     

    ชีวิตฉัน  นั้นผ่าน  อย่างน่าเบื่อ
    เหมือนดั่งเรือ  ลอยคว้าง  ไร้ความหมาย
    อยู่แค่เพียง  หายใจ  รอใกล้ตาย
    ชีพวางวาย  มลายทุกข์  สุขคงมี

    ทำความผิด  ซ้ำซาก จนยากแก้
    ชีวิตแย่  จนอยากตาย  ล้างอายหนี
    เดินทางผิด ชีวิตดับ  แสนอัปรีย์
    หากเป็นผี  มิสู้หน้า ปู่ย่ายาย

    มีความหวัง  ก็เหมือนพัง  ตั้งแต่เริ่ม
    เหมือนตอกย้ำ  ซ้ำรอยเดิม  จนแหลกสลาย
    มีชีวิต  แต่จิตใจ เหมือนใกล้ตาย
    อยากท้าทาย  ความตายให้  ใกล้เร็ววัน

    ชีวิตฉัน  มันดำเนิน  จนเกินสุด
    บ้างอาจหยุด  เพราะอ่อนแรง  แขนขาสั่น
    ชีวิตมี ดีหรือร้าย  ไม่สนมัน
    เพราะสวรรค์  ทางปิดทาง   คนเอย่างเรา

    เหนื่อยเหลือเกิน  เดินทางไกล  ในสายพลาด
    ชีวิตขาด  ความหวัง  ดั่งใครเขา
    มองจุดหมาย  ใกล้โพ้น  ต้องทนเอา
    เหลือซากเรา  แน่นิ่ง   จบสิ้นไป........

     ผู้แต่ง ศรรกรา

    เทคนิครักษาสภาพหัวใจ หัวใจ Y




    หัวใจ Y
    ' โรคหัวใจ ' ทำให้ประเทศชาติ สูญเสียทรัพยากรน้ำ (ตา) ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ' โรคหัวใจ ' เป็นบ่อเกิดของความแตกแยก หย่าร้าง ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย การรักษาโรคตามอาการไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทางดีที่สุดคือการป้องกันหัวใจไม่ให้เป็นโรค
    ขณะที่โรคหัวใจวายอาจเป็นสาเหตุของความตายอันดับต้นๆ อาการ ' หัวใจ Y' กลับทำให้สดชื่นแจ่มใส หัวใจ Y (Y = Young) คือหัวใจที่เป็นหนุ่มสาวเสมอ ไม่รู้เหนื่อย ไม่รู้แก่
    ต่อไปนี้คือเทคนิครักษาสภาพหัวใจของคนที่รักกัน เคยรักกัน และ/หรืออยากรักกันมากขึ้น ( สามารถเลือกใช้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี) :
    1 เทคนิคใช้ความอุ่น ( Heart Warming)
    เป็นเทคนิคโบราณ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ยังไม่ล้าสมัย เทคนิคนี้ เน้นการให้ความอบอุ่นกับคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เช่น ก่อนแต่งงานเคยมอบกุหลาบแดงแก่คนรัก หลังแต่งงานแล้วห้าปีสิบปี ก็ยังมอบให้ตลอดเรื่อยๆ (ไม่มีข้ออ้างราคาดอกไม้สูงขึ้นกี่เปอร์เซนต์) ก่อนแต่งงานไปรับ= ส่งแฟน หลังแต่งงานก็ยังไปรับส่ง (ไม่มีข้ออ้างเรื่องไม่ว่าง) เทคนิคนี้เป็นหลักสำคัญของการถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเพชร
    2 เทคนิคเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplant)
    การเปลี่ยนหัวใจนี้ทำได้ง่ายมาก นั่นคือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ทำในสิ่งที่เรารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักคิดถึงหัวอกกันและกันสม่ำเสมอ จะไม่มีความบาดหมางใดๆ มากวนใจ อนึ่ง อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 99.25 เปอร์เซนต์
    3 เทคนิคการทำบายพาส ( Bypass Surgery)
    ในกรณีที่ท่านประสบอุปสรรคในชีวิตคู่ ให้ปล่อยเรื่องไม่ดีผ่าน (Bypass) ออกไปเสีย อย่านำเรื่องไม่ดีเข้าบ้าน ไม่เอาเรื่องไม่ดีของคนรักไปโพนทะนา เทคนิคนี้รวมถึงการไม่นินทาชาวบ้าน อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 98.5 เปอร์เซนต์
    4 เทคนิคการทำบอลลูน ( Heart Balloon)
    ชีวิตเราต้องเจอเรื่องไม่ดีแทบทุกวัน เทคนิคนี้สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง สิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แก้ปัญหาเสีย เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่ไม่เก็บไว้ในใจข้ามปีข้ามชาติ รู้จักลอยตัวให้เบาสบายเหมือนลูกบอลลูน
    5 เพิ่มระดับความหวาน ( Heart Glucose)
    แปลกแต่จริง ความหวานไม่มีผลเสียต่อหัวใจเหมือนต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ จงเติมความหวานเข้าไปในหัวใจให้สูงเข้าไว้ เอ่ยคำว่า ' รัก ' ต่อคนรักบ่อยเท่าที่ต้องการ ( อย่างน้อยวันละครั้งก่อนหรือหลังอาหาร หรือก่อนนอน) เชื่อเถิด กระทรวงสาธารณสุขทั่วโลกรับรองมาแล้วว่าเทคนิคนี้ไม่มีอันตรายอย่างแน่นอน
    6 นวดหัวใจด้วยการสัมผัส ( Touching)
    การสบตากัน การแตะมือเบาๆ การกอดกัน ช่วยทำให้ หัวใจมีคุณภาพดีมาก จากการทดสอบคู่สมรส 14,216 คู่ จากเจ็ดทวีป พบว่าการสัมผัสเบาๆ แต่อบอุ่นทำให้หัวใจวาบหวามดื่มด่ำ ช่วยให้ร่างกายเพิ่มสารเอนโดรฟิน สบายกายสบายใจขึ้นมาก
    7 ลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์แก่หัวใจ
    ไม่ใช้คำหยาบ ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่แดกดัน ไม่ตีวัวกระทบคราด ไม่พูดเรื่องไม่เป็นมงคล มองโลกในแง่ดี จะทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะดี
    8 เพิ่มออกซิเจนเข้าหัวใจ
    หัวใจต้องการสารอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ ออกซิเจนก็คือ ลมปากหวานหู รู้จักง้อบ้าง
    เทคนิคนี้ช่วยป้องกันลิ้นหัวใจรั่ว
    9 การช็อคหัวใจ ( Shock Technique)
    บางครั้งช็อคหัวใจของอีกฝ่าย ที่เรียกว่า ' เซอร์ไพรส์ ' เช่น พาไปกินอาหารนอกบ้านในที่แปลกๆ พาไปฟังดนตรี ตลอดจนทำกิจกรรมที่ไม่จำเจร่วมกัน
    10 การกระตุ้นหัวใจด้วยเสียง ( Sound Therapy)
    โทรศัพท์หาคนรักบ้าง ( แม้ไม่ถี่เท่าก่อนแต่งงาน) เพิ่มการใช้เสียงกระซิบ ลดการเสียงกระชาก นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แจ้งแล้วว่า การลดระดับเสียงลงเพียงไม่กี่เดซิเบลต่อวัน ช่วยทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้นมาก
    11 เทคนิคแยกหัวใจ ( Absence Technique)
    แยกทางกันบ้าง การไม่เจอหน้ากันตามสมควรทำให้คิดถึงกันมากขึ้น (ที่ฝรั่งว่า Absence makes the hearts grow fonder.) เทคนิคนี้พิสูจน์แล้วว่าทำให้หัวใจโหยหากันและกันอย่างเห็นได้ชัด
    12 เทคนิควางใจ ( Trust)
    ลดความระแวง ไม่ต้องตามเช็กว่าไปไหน ไม่ต้องแอบตรวจเสื้ออีกฝ่ายว่ามีซากลิปสติกไหม ไม่ต้องจ้างนักสืบ ฯลฯ วิธีนี้ป้องกันโรคหัวใจรั่วชะงัด
    13 เทคนิคบ่มหัวใจ ( Aging Process)
    ไม่เฉพาะแต่ไวน์ที่บ่มยิ่งนานยิ่งดี หัวใจก็เช่นกัน คนรักกันไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม ไม่ควรผลีผลาม เพราะความรู้สึกที่เราเชื่อว่าเป็นรักอาจเป็นเพียงความหลงใหลชั่วคราว นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มสารเคมีที่เรียกว่า Romantica Substance ในหัวใจสูงถึง 81.25 เปอร์เซนต์ (สูตรเคมีคือ R2L2 R = Romantic L = Love) 14 เพิ่มไขมันที่ดี ( HDL) ให้หัวใจ ไขมันชนิดดี ( HDL) จะสร้างความอบอุ่น ป้องกันเรื่องไม่ดีที่มากระทบ ไม่ให้ทำอันตรายต่อหัวใจได้ HDL (= High Density Love) มาจากการออกกำลังกาย ทำให้หัวใจแข็งแรง พร้อมรับมือเรื่องแย่ๆ ได้ทุกเมื่อ
    15 ลดคอเลสเตอรอลที่หัวใจ
    คอเลสเตอรอลที่เกาะหัวใจเกิดมาจากการเสพสิ่งไม่ดีมากเกินไป ทำให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน การใช้จ่ายเกินกำลัง การหลงระเริงไปกับบริโภคนิยม ฯลฯ การเสพอย่างพอเพียงเท่ากับช่วยเก็บหอมรอมริบ ช่วยกันประหยัด เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว
    เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ต้องทำต่อเนื่อง วันล=D


     
     

    กะตา

             เมื่อวานนี้เวลาประมาณ เท่าไหร่ไม่รู้แต่ก็เย็นๆ แล้วแหล่ะ ก็ขี่มอไซค์จะกลับบ้าน ก็ขี่มาเรื่อยๆ ใช่ป่ะ 
     ซักพักก็มีรถกระบะ ที่อยู่อีกเลนของถนน มันปีนเกาะกลางถนนแล้วมันก็ทะยานขึ้นฟ้า แล้วก็ตกลงมาอีกเลน
    ซึ่งเป็นเลนที่เรากะลงจะกลับบ้านด้วยอ่ะดิ  รถมันก็พลิกตะเคงข้างแล้วรถมันก็ไถล แค็กกก ๆ  มา 
    ภาพมันเร็วมาก ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน  เราขี่เข้าไปใกล้ๆ ภาพที่เห็ฯคือรถกระบะมันนิ่ง แบบตะแคงข้าง  
    เครื่องยนต์ยังติดอยู่ ควันงี้ เต็มถนนเลย เราก็จอดรถ วิ่งเข้าไปเปิดประตูอีกข้างหนึ่ง  งัดไม่ออกว่ะ
    งัดอยู่นั้นแหล่ะ ก็คิดในใจว่า สงสัยจะล๊อคข้างใน เราก็ก้มลงไปมองเพราะตัวเราสูงใช่ปะ เห็ฯคนข้างในรถยังขยับได้ 
    เราก็เคาะกระจกจะให้เขาช่วยเปิดล็อคข้างใน คิดว่าเขาคงหูอื้อมั้งหรือตกใจนี่แหล่ะ งัดอยู่สักพัก
    ก็มีเสียงคนที่อยู่ข้างทางตะโกนมาว่า พี่ทุบกระจกเลย ทุบกระจกเลย  เราเองก็จะทุบแหล่ะแต่เสียดายกระจกอ่ะดิ
    ไม่รู้ทำไงเหมือนกัน ตรงนั้นมันมีเรายืนอยู่คนเดียวด้วย เครื่องยนต์มันไม่ยอมดับด้วยดิ มันยังติดอยู่
    เราก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะระเบิดอ่ะ ถ้าระเบิดคงจะตายแหง่ๆ มันเปิดไม่ออกใช่ป่ะ ก็เลยวิ่งไปดูอีกด้านหนึ่งของรถซึ่งเป็นใต้ท้องรถอ่ะ 
     ไปดูดิ มันมีไฟติดป่ะ เพราะควันมันเต็มถนนเลย เออ ไม่มีโว้ยยังไงก็คงไม่ระเบิดแน่ๆ แล้วก็วิ่งมาที่เก่าก็ไม่รู้จะเปิดประตูยังไงดี
    ทำไรไม่ถูกเหมือนกันนาทีนั้น..ก็เคาะให้เขาเปิดล็อคแต่เขาก็เปิดไม่ได้อ่ะ  จะวิ่งไปเอาหมวกกันน็อคมาทุบกระจกอยู่แล้ว ซักพัก เครื่องยนต์ดับ 
    แล้วก็มีพี่ผู้ชายอีก 2 คนก็วิ่งเข้ามาช่วย ไม่รู้ทำไงเหมือนกัน พอดีพี่เขาเห็นกระจกหน้ารถมันจะหลุด
    ก็เลยช่วยพี่เขางัดออกมาแล้วพี่เขาก็ช่วยคนที่ติดอยู่ในรถออกมาทั้ง 2 คน เรายืนดูซักพัก เห็นเขาไม่เป็นไร
    ก่อนขึ้นรถเราก็หันหลังไปดู โห้ มีแต่คนดูจิงๆๆ ไม่มีใครช่วยเลย  ปล่อยให้เรายืนงัดอยู่ได้คนเดียว  แล้วเราก็ขี่รถกลับบ้าน 
    แต่ขี่มามันก็อดคิดไม่ได้อ่ะว่า ทำไมไม่มีใครเข้ามาช่วยเรางัดเลยเนี้ย ถ้ามีหลายคนเราว่าคนในรถอาจะออกมาเร็วกว่านี้
    และนี่ถ้ารถมันไฟลุกแล้วมันระเบิดขึ้นมา เรากะคนในรถไม่ตายไงว่ะ  ยืนดูกันอยู่ได้    คิดไปก็เท่านั้นแต่ช่างมันเถอะ
    ยังไงเขาสองคนที่ติดในรถ ดูจากภายนอกแล้วก็ปลอดภัยดี
    แต่ภายในคงจะช็อคน่าดู เพราะตอนที่เขาออกมาจากรถ หน้างี้ซีดเลย เดี๋ยวก็คงหาย....คงตกใจเนอะใครเจอแบบนั้นก็คงเป็นเหมือนกัน
     
    ฝากเตือนถึงผู้ที่ขับรถบนท้องถนนทั้งหลายน่ะครับ อย่าขับให้เร็วกันนักน่ะครับ  บางที่ท่านอาจจะไม่ได้โชคดีมีชิวิตรอดแบบนี้นะครับ